Category: health news

กรมการแพทย์ แนะ’เลิกบุหรี่’ ไม่ยากอย่างที่คิด

สถาบันโรคทรวงอก กรมการแพทย์ แนะเลิกบุหรี่ไม่ยากอย่างที่คิด ผลดีเกิดขึ้นทันที หากเลิกได้ภายใน 1 ปี ลดความเสี่ยงโรคหัวใจวายได้ถึง 50% และ 5 ปี ลดเสี่ยงโรคสมอง 50% เช่นกัน นายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า บุหรี่มีสารพิษก่อให้เกิดโรคร้ายแรงต่าง ๆ ซึ่งประกอบด้วย นิโคติน ทำให้หลอดเลือดตีบตัน เกิดโรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง และกระตุ้นระบบประสาท คาร์บอนไดออกไซค์ Read more: กรมการแพทย์ แนะ’เลิกบุหรี่’ ไม่ยากอย่างที่คิด

แอพ’ เข้าถึงยา มอบ ปชช.เป็นของขวัญปีใหม่

สธ. สร้าง ‘แอพ’ เข้าถึงยา มอบ ปชช. เป็นของขวัญปีใหม่ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ของขวัญปีใหม่ที่สธ.อยากมอบให้ประชาชนคือ แอพพลิเคชั่น “RDU รู้เรื่องยา” ซึ่งได้ร่วมกับเครือข่ายโรงพยาบาลสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย กระทรวงดิจิทัลฯ และภาคีสุขภาพ พัฒนาแอพพลิเคชั่น เพื่อเข้าถึงข้อมูลยาแผนปัจจุบัน ให้ใช้ยาอย่างเหมาะสม Read more: แอพ’ เข้าถึงยา มอบ ปชช.เป็นของขวัญปีใหม่

การป้องกันไม่ให้ฟันของคุณเหลืองจากหมอทันตกรรม

หลายคนคงอยากรู้สาเหตุของปัญหาฟันเหลืองไม่ขาวเหมือนแต่ก่อนวันนี้ คลีนิคทันตกรรม จัดฟันบางนา จะมาพูดถึงสาเหตุที่ทุกคนอยากรู้ว่าฟันของตัวนั้นเหลืองได้อย่างก็คือการทานอาหารเครื่องดื่มที่มีสีบ่อยมากเกินไปอย่างเช่น กาแฟ น้ำอัดลม ลูกอม เบียร์ อื่นๆ อีกมาย แล้วแปรงฟันไม่สะอาดทำให้คราบแบคทีเรียหินปูนเกาะติดฟันของคุณมาเป็นเวลานานจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ฟันคุณนั้นเหลืองได้ หรือไม่ว่าจะเป็นผลไม้ต่างๆอย่างเชอรี่ บลูเบอร์รี่ แครนเบอร์รี่ Read more: การป้องกันไม่ให้ฟันของคุณเหลืองจากหมอทันตกรรม

เด็กไทยรู้รอดปลอดภัย

ค่ายกิจกรรมฝึกทักษะ “รู้รอดปลอดภัย” ด้วยการนำเด็กอายุ 9-12 ปี รวม 45 คน เข้าร่วมกิจกรรม เพื่อเสริมทักษะการดูแลตนเอง ให้ปลอดภัยจากภาวการณ์ฉุกเฉินต่างๆ ให้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ แข็งแรง รู้วิธีร้องขอเมื่อเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน รวมถึงทำให้ตนเองและคนรอบข้างปลอดภัย นับเป็นอีกกิจกรรมที่สร้างสรรค์ให้กับเยาวชนเป็นอย่างมากRead more: เด็กไทยรู้รอดปลอดภัย

ดื่มน้ำพอเพียง สร้างสมดุลให้จุดซ่อนเร้น

แนะเคล็ดลับหญิงไทยดื่มน้ำพอเพียง สร้างสมดุลให้จุดซ่อนเร้นห่างไกลโรค
นายแพทย์ณรงค์ อภิกุลวณิช รองอธิบดีกรมการแพทย์และโฆษกกรมการแพทย์ กล่าวว่า ปัจจุบันสภาพสังคมไทยเปลี่ยนแปลงไป ผู้หญิงทำงานประจำและมีบทบาทในสังคมมากขึ้น

ภาวะที่ต้องทำงานเร่งรีบแข่งกับเวลา อาจทำให้ผู้หญิงมองข้ามและใส่ใจสุขอนามัยของร่างกายน้อยลง โดยอวัยวะสำคัญที่ผู้หญิงต้องดูแลเป็นพิเศษนั่นคือ ช่องคลอด หากดูแลความสะอาดผิดวิธีและปฎิบัติตัวไม่ถูกต้อง อาจทำให้เกิดโรคตามมา เช่น ช่องคลอดอักเสบจากเชื้อแบคทีเรีย มีสาเหตุมาจากการมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่สวมถุงยางอนามัย หรือการสวนล้างช่องคลอดมากเกินไป
นอกจากนี้เชื้อราในช่องคลอดก็เป็นปัญหาที่พบได้บ่อย เนื่องจากความสกปรกและอับชื้นไม่ซักกางเกงในหรือสวมใส่ทั้งๆที่แห้งไม่สนิท และโรคมะเร็งช่องคลอด เกิดจากเซลส์มะเร็งเติบโตจากเนื้อเยื่อในช่องคลอดหรือลุกลามมาจากมะเร็งปากมดลูก หรือจากส่วนอื่นๆที่เชื่อมต่อถึงกันได้ ซึ่งหากไม่ได้รับการรักษาผู้ป่วยอาจเสียชีวิตได้ โดยมีอาการที่สังเกตได้เบื้องต้น คือเลือดออกจากช่องคลอดมากหรือมีของเหลวผิดปกติไหลออกมา จึงควรพบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยโดยเร็ว
สำหรับวิธีทำความสะอาดจุดซ่อนเร้นสามารถทำได้ง่ายๆ ซึ่งโดยปกติการทำความสะอาดช่องคลอด ใช้น้ำสะอาดธรรมดาก็เพียงพอ เพราะภายในช่องคลอดของผู้หญิงจะมีเชื้อจุลินทรีย์ซึ่งจะทำให้ช่องคลอดมีสภาวะเป็นกรดอ่อนๆ เพื่อป้องกันการเกิดเชื้อรา การใช้น้ำยาล้างช่องคลอดบางชนิดเป็นประจำอาจไปทำลายเชื้อจุลินทรีย์ทำให้ความเป็นกรดเป็นด่างเสียไป ทำให้เกิดเชื้อราได้ง่าย หรือในบางครั้งอาจใช้สบู่ที่มีค่าPH5.5 ทำความสะอาดแล้วซับให้แห้งด้วยผ้าเช็ดตัวที่สะอาดและอ่อนนุ่ม ไม่ควรเช็ดถูแรงๆ เนื่องจากผิวหนังบริเวณนี้ละเอียดอ่อนมาก หลีกเลี่ยงการใช้เครื่องสำอางที่โฆษณาอวดอ้างสรรพคุณเกินจริง เพราะอาจมีสารพาราแบนปนเปื้อน ควรดื่มน้ำให้มากๆ อย่างน้อย 8 แก้วต่อวัน ซึ่งการดื่มน้ำอย่างเพียงพอจะเป็นผลดีต่อระบบสืบพันธุ์ ช่วยลดภาวะช่องคลอดแห้งซึ่งเสี่ยงการติดเชื้อได้ง่าย
ที่สำคัญหมั่นสังเกตความผิดปกติต่างๆ บริเวณอวัยวะเพศ เช่น คันในช่องคลอด ตกขาวมากจนผิดสังเกต อวัยวะเพศมีกลิ่นเหม็นมาก ตกขาวมีสีผิดไปจากเดิม หรือเวลาปัสสาวะรู้สึกเจ็บเหมือนปัสสาวะไม่สุด ควรรีบพบแพทย์เพื่อการวินิจฉัยและรักษาที่ถูกต้อง ไม่ควรซื้อยามาทาหรือทานเองและหมั่นตรวจสุขภาพภายในเป็นประจำทุกปีอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง///สสส.

อายุ35ขึ้นไปเสี่ยงโรคหัวใจหยุดเต้นฉียบพลัน

สาเหตุสำคัญมาจากโรค วิถีชีวิตและพฤติกรรมสุขภาพไม่ถูกต้อง ได้แก่ เบาหวานความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง อ้วน สูบบุหรี่ ทำให้หลอดเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจแข็งตัวหรือตีบตัน นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ รองปลัดก.สาธารณสุข ในฐานะโฆษกสาธารณสุข เผยคนไทยเสียชีวิตจากโรคหัวใจเฉลี่ยปีละ54,000 คน หรือชั่วโมงละ 6 คน เป็นสาเหตุการตายสูงสุดสามลำดับแรกร่วมกับมะเร็งและอุบัติเหตุ Read more: อายุ35ขึ้นไปเสี่ยงโรคหัวใจหยุดเต้นฉียบพลัน