เปิด10วิธี’เลี้ยงไข้นักศึกษา’ แฉนโยบายผู้บริหารดูดเงิน

“อ.ธาม” โพสต์แฉนโยบายผู้บริหารมหาวิทยาลัย เปิด 10 วิธีเลี้ยงไข้นักศึกษาหวังสร้างรายได้ พุ่งเป้าถ้าไม่มีนักศึกษาก็ไม่มีเงิน เมื่อวันที่ 9 พ.ค. อ.ธาม เชื้อสถาปนศิริ นักวิชาการด้านสื่อโซเชียลมีเดีย ได้โพสต์ข้อมูลไว้น่าสนใจ ผ่านเฟซบุ๊ก กล่าวถึง 10 วิธีการ “เลี้ยงไข้” นักศึกษา โดยระบุว่า หลังจากไปบรรยายที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง รับฟังข้อมูลเกี่ยวกับการตัดเกรดการเรียน และนโยบายการศึกษาของผู้บริหารมหาวิทยาลัยแล้ว

จึงนำมาเล่าให้ฟัง 10 ประเด็นที่ทำให้มหาวิทยาลัยไทยถึงกาลวิบัติในเชิงคุณภาพ เพราะฟังแล้วได้แต่คิดว่า เดี๋ยวนี้เน้นแต่เงิน คุณภาพดีหายาก ผู้บริหารมหาวิทยาลัยสมัยนี้หน้าเงินและเห็นแก่เงินมาก โดยแนวคิดที่พบเจอมีดังต่อไปนี้
1.NO STUDENTS, NO MONEY ผู้บริหารหลายคนมีแนวคิดนี้อยู่ในหัว คือ บริหารให้มีรายได้มากสุด ทำอย่างไรให้เด็กสมัครเข้าเรียนมากที่สุด เพราะเพ่งมองที่รายได้จากการศึกษา ค่าเทอมต่อหัว ต้นทุนต่อคนที่สามารถประหยัดและลงทุนได้ ฉะนั้นนโยบาย “ไม่มีเด็กมาเรียน ก็ไม่มีเงิน” จึงถูกผลิตและนำทางให้ผู้บริหารสถาบันการศึกษาส่วนมาก กำหนดเป็นเคพีไอ ตัวชี้วัดว่าได้นักศึกษา เสมือนลูกค้า เข้าเรียนเท่าไรในแต่ละปี
2.รีไทร์ได้ปี 3 ไม่ใช่ปี 1 สมัยก่อนการรีไทร์เกิดขึ้นทันที ภายในปี 1 หากเกรดเฉลี่ยน GPA ต่ำกว่า 2.0 ก็จะโดนไล่ออกทันที แต่มหาวิทยาลัยที่ได้ข้อมูลมานั้น ผู้บริหารมีนโยบายว่าให้รีไทร์ได้ในสิ้นปีที่ 3 หากเกรดเฉลี่ยต่ำกว่า 2.0 ถามว่าทำไมเป็นเช่นนั้นเพราะต้องการเลี้ยงภาวะนักศึกษาให้มากอีกหน่อย และคิดว่าให้เด็กนักศึกษารีไทร์อย่างช้าๆ ที่ตนเอง ดีกว่าให้รีไทร์เร็วๆ แล้วออกไปเรียนที่อื่น (ที่เป็นคู่แข่ง)
3.คิดเกรด GPA เฉพาะ D-C-B-A ถ้าได้ F ไม่ต้องนำมาคิด โอ้โหข้อนี้ร้องว้าวเลย ในความช่างคิดไปได้ของผู้บริหาร คือ นำผลการเรียนเฉพาะเกรด A-B-C-D เท่านั้นมาคำนวณ หากนักศึกษาคนไหนเรียนวิชาใดได้เกรด F สอบตกขึ้นมา ทางคณะจะไม่นำผลการเรียนวิชานั้นมาคำนวณ เพื่อสร้างความภาคภูมิใจให้กับเด็กๆ รู้สึกดีว่าตนเองได้เกรดสูงๆ ลองคิดดูว่าถ้าเทอมนั้น นาย ก. ลงวิชาเรียน 5 ตัว แล้ว ได้เกรด F หมด แต่ได้เกรด A วิชาเดียว ก็จะเท่ากับว่าเทอมนั้น นาย ก. เรียนได้ 4.0
4.เรียนได้ D ไม่เอา ขอ F เลยดีกว่า เป็นผลต่อเนื่องมาจากนโยบาย ไม่เอา F มาคำนวณ GPA นักศึกษาที่เรียนได้เกรด D หรือ D+ จะมาขอร้องอาจารย์ประจำวิชาให้เกรด F ยังดีกว่าได้ D เพราะมันไปฉุดเกรด ข้อนี้เด็กก็ได้ประโยชน์ เพราะเกรดจะได้ไม่โดนฉุดจาก D ซึ่งต้องเอาไปคำนวณ GPA ภาพรวม ข้อนี้มหาวิทยาลัยได้ประโยชน์ เพราะถ้าเด็กได้ F เด็กก็ต้องไปลงเรียนซ่อมเสียใหม่ ยืดอายุที่จะเรียนจบไปอีกเทอมหรือ 1 ปี
5.หากจะสอบตก ให้คิดเกรดจากเฉพาะวิชาเอกเท่านั้น อันนี้เหลือเชื่อ คือ นโยบาย การคิดเกรดให้นักศึกษาคนหนึ่งรีไทร์ จะคิดคำนวณมาจากคะแนนวิชาเอก สาขาที่เรียนหลักเท่านั้น จะไม่นำวิชาโท วิชาเลือก วิชาเลือกเสรี มาคิดคำนวณรวมด้วย ซึ่งช่วยเหลือนักศึกษาสุดๆ เพื่อให้ถูกรีไทร์ยากมากขึ้น
6.ต่ออายุการศึกษาเป็น 2 เท่า เช่น ปกติเรียน 4 ปี ก็แก้ไขเป็นสามารถเรียนได้ 2 เท่า คือ 8 ปี หรือปกติเรียน 5 ปีจบตามหลักสูตร ก็แก้ไขให้เป็น 10 ปี หากพ้น 2 เท่านี้แล้ว ยังไม่จบก็จะรีไทร์ ลองคิดดูว่านโยบายนี้ช่วยเหลือเด็กมากแค่ไหน ขณะที่มหาวิทยาลัยก็มีอายุทำการค้า ล่อลวงค่าเทอมจากเด็กไปได้อีก 2 เท่า
7.ให้กู้เงินเรียนจากกยศ. หลายมหาวิทยาลัยก็ทำ แต่การกู้เงินเรียนมีเงื่อนไขอย่างเดียว คือ เรียนให้จบ ไม่ได้มีเงื่อนไขว่าต้องจบภายในกี่ปี หรือได้เกรดต้องไม่ต่ำกว่าเท่าไร เพราะฉะนั้นนักศึกษาที่ไม่เก่ง ไม่เข้มงวดตั้งใจเรียน แถมยังกู้เงินมาเรียน ก็จะเป็นหนี้กันยาวๆ ไปเลย
8.เจรจากับอาจารย์ประจำวิชา ให้นักศึกษาไม่โดนรีไทร์ อันนี้เป็นบ่อยมาก คือ ผู้บริหารจะเข้ามาเจรจาต่อรองกับอาจารย์ผู้สอนทันที ในกรณีที่ผลของการให้เกรดในวิชาใดหนึ่งนั้น จะทำให้นักศึกษาโดนรีไทร์ คณะจะมาเจรจาให้ อาจารย์คนนั้นยอมปล่อยเกรดสักเล็กน้อย เพื่อให้นักศึกษาคนนั้นไม่โดนไล่ออก เป็นการยื้อชีวิตต่อออกไปอีก

9.ลงซ้ำเรียนซ้ำได้ไม่จำกัด นักศึกษาบางคนเรียนวิชานั้นตกแล้วตกเล่า ไม่เป็นไร เรียนใหม่ได้ เพื่ออาจารย์บางท่านเล่าว่า บางวิชาเรียนของปี 1 ยังต้องมานั่งสอนเด็กปี 5-6-7 อยู่เลย แล้วก็เรียนซ้ำๆ อย่างนั้น สมุดไม่เคยเอามา ปากกาไม่เคยมี นั่งเรียนเอามาแต่หน้าตา ตัวเปล่าๆ กับมือถือ มานั่งไถมือถือเล่น ฟังไปอย่างนั้น แล้วจะสอบผ่านได้อย่างไร
10.เลี้ยงไข้ให้นานที่สุด อันนี้เป็นสุดยอดวิธีการ คือ ทำอย่างไรก็ได้ ให้นักศึกษาคนนั้นที่มีผลการเรียนย่ำแย่ อยู่ ยื้อ ยาวนานที่สุดในการมีสภาพเป็นนักศึกษา ทำให้อย่าถอดใจลาออกง่ายๆ (ครูแนะแนว/ครูที่ปรึกษาไปประกบ) ทั้งหมดนี้ คือ วิธีการสุดแสนประหลาดในแวดวงการศึกษาของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง
อ.ธาม กล่าวทิ้งท้ายว่า จริงๆ แล้ว ปัจจุบันนี้หลายมหาวิทยาลัยก็มีนโยบาย “เลี้ยงไข้นักศึกษาเพื่อสร้างรายได้” แบบนี้อยู่ จะมีข้อแตกต่างอย่างไรก็แล้วแต่ สถานการณ์และการบริหารสถาบันการศึกษาแบบนี้ กำลังทำลาย ล่อหลอก ล่อลวง กัดกร่อนคุณภาพการศึกษาไทยไปเรื่อยๆ ถือเป็นเรื่องวิบัติในรั้วมหาวิทยาลัย นโยบายแบบนี้มีแต่จะพามหาวิทยาลัยให้ลงเหวเร็วขึ้น เรื่องนี้ใครจะรับผิดชอบบ้าง และเพราะการศึกษาไทย แข่งขันกันลงเหว จมดิ่ง ลงต่ำ (race to the bottom) แบบนี้ จึงทำให้คุณภาพบัณฑิตตกต่ำลงไปด้วยอย่างมาก อย่าโทษใครเลย โทษเราเองที่เอาเงินไปทุ่มให้กับใบปริญญา และหลงเป็นเหยื่อติดกับดักธุรกิจการศึกษาขายใบปริญญา. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ dailynews